top of page

ออสเตรเลียเอาจริง ปราบปราบการลงคอร์สเรียนซ้อนกัน


รัฐมนตรีกระทรวงกิจการภายในประเทศ (Home Affairs) ประกาศเอาจริงในการปราบปรามการลงคอร์สเรียนซ้อนกันหลังประกาศมิให้ผู้ถือวีซ่านักเรียน (subclass 500) ลงเรียนมากกว่าหนึ่งคอร์สพร้อมกัน หากยังเรียนคอร์สหลักไม่ถึง 6 เดือน


การที่นักเรียนต่างชาติคนหนึ่งจะสามารถเรียนในออสเตรเลียได้นั้น จะต้องมี Certificates of Enrolment (CoE) ที่ออกโดยสถาบันที่สมัครเรียนโดยผ่านระบบออนไลน์ Provider Registration and International Student Management System (PRISMS) ซึ่ง CoE เป็นเอกสารที่ขาดไม่ได้ในการใช้ยื่นวีซ่านักเรียน


กระทรวงศึกษาธิการจะเป็นผู้บริหารจัดการระบบ PRISMS นี้ ซึ่งนโยบายใหม่ที่นำมาใช้จะไม่อนุญาตให้นักเรียนแต่ละคนลงเรียนสองคอร์สพร้อมกันได้หากยังเรียนคอร์สหลักไม่ถึง 6 เดือน วัตถุประสงค์หลักของนโยบายใหม่นี้มีขึ้นเพื่อป้องกันมิให้นักเรียนเปลี่ยนคอร์สไปมา เพราะนักเรียนบางคนที่สมัครเรียนคอร์สระดับอุดมศึกษามาในตอนแรก เปลี่ยนเป็นคอร์สวิชาชีพที่ราคาถูกกว่าในตอนหลัง หลังจากได้มาเรียนในออสเตรเลียแล้ว


ในช่วงครึ่งปีแรกของ 2023 มีการลงคอร์สเรียนซ้อนกันถึง 17,000 ครั้ง เมื่อเทียบกับในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2019 และ 2022 รวมกันที่มีจำนวนเพียง 10,500 ครั้ง


นโยบายใหม่จะปฏิบัติตามเงื่อนไข 8202 ของวีซ่านักเรียนที่ระบุให้นักเรียนต้องลงเรียนคอร์สแบบเต็มเวลา มีผลการเรียนและการเข้าเรียนที่พึงประสงค์ (satisfactory) และหากจะมีการเปลี่ยนคอร์ส คอร์สใหม่จะต้องอยู่ใน AQF ระดับเดียวกันหรือสูงกว่าที่ได้รับวีซ่าตัวนั้นมา


หากคอร์สใหม่ที่ลงมีระดับ AQF ต่ำกว่าคอร์สที่ได้รับวีซ่าตัวนั้นมา หรือถ้าหากเปลี่ยนจากคอร์สระดับ AQF ไปสู่คอร์สที่ไม่มี AQF นักเรียนจะต้องทำการยื่นขอและได้รับอนุมัติวีซ่านักเรียนตัวใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงการละเมิดเงื่อนไข 8202 ดังกล่าว ทั้งนี้ หากนักเรียนเปลี่ยนจากคอร์สระดับปริญญาเอก (AQF level 10) เป็นระดับปริญญาโท (AQF level 9) ก็จะได้รับข้อยกเว้นให้ไม่ต้องขอวีซ่าใหม่


หากพบว่ามีการละเมิดเงื่อนไข 8202 ของวีซ่า นักเรียนผู้นั้นก็จะถูกระงับวีซ่านักเรียน และถูกแบนจากการขอวีซ่าชั่วคราวเกือบทุกประเภทเป็นเวลา 3 ปี ตาม "public interest criterion 4013"

19 views0 comments

Comments


bottom of page